วันอังคารที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2562

ผู้จัดทำ




 นายชโลธร อินพันทัง เลขที่14




นายกัณตพัฒน์ วงษ์เจริญวศิน เลขที่19





นางสาว ธันณ์ชนก แก้วพฤกษ์ เลขที่20




นางสาวกฤติมา เหล่าฤทธิไกร เลขที21





นายวรรณลภย์ เชื้อปุย เลขที่ 23


นางสาว อรดี ติยะกิจ เลขที่ 25

วิดีโอประกอบการสาธิต


VDO



ที่มา: https://www.youtube.com/watch?v=kTTfdvIctXM&t=52s





ที่มา: https://www.youtube.com/watch?v=CiUIznpmnEU


วันอังคารที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2562

สรรพคุณสับปะรด


สรรพคุณของสับปะรด

  1. ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายให้แข็งแรง
  2. ช่วยลดอัตราความเสี่ยงจากการเกิดโรคมะเร็ง
  3. ช่วยบรรเทาและรักษาอาการหวัดได้
  4. ช่วยให้เลือดลมไหลเวียนได้ดีมากขึ้น
  5. ช่วยให้สุขภาพในช่องปากแข็งแรง ป้องกันไม่ให้เกิดโรคเหงือก
  6. ช่วยบรรเทาอาการร้อน กระสับกระส่าย หิวน้ำ
  7. ช่วยแก้อาการท้องผูก ขับถ่ายไม่สะดวก
  8. ช่วยในการย่อยอาหารจำพวกโปรตีน
  9. ช่วยลดเสมหะในลำคอได้
  10. ช่วยในการขับปัสสาวะ ปัสสาวะไม่ออก
  11. ช่วยรักษาโรคนิ่ว
  12. ช่วยรักษาโรคไตอักเสบ
  13. ช่วยรักษาโรคความดันโลหิตสูง
  14. ช่วยรักษาโรคหลอดลมอักเสบ
  15. ช่วยบรรเทาอาการของโรคบิด
  16. เชื่อว่าช่วยรักษาและบรรเทาอาการของโรคนิ้วล็อก (Trigger finger)
  17. ช่วยรักษาอาการบวมน้ำ
  18. ช่วยรักษาอาการแผลเป็นหนอง
  19. ช่วยแก้ปัญหาส้นเท้าแตก
  20. ช่วยลดการอักเสบจากบาดแผล
  21. เป็นยารักษาโรคผิวหนัง
  22. ใบสด นำมาใช้เป็นยาถ่ายหรือยาฆ่าพยาธิได้
  23. ผลดิบสามารถนำมาใช้ห้ามเลือดได้
  24. ผลดิบสับปะรดช่วยขับประจําเดือน
  25. ส่วนของรากสับปะรดนำมาใช้เป็นยาแก้กระษัย บำรุงไตได้
  26. หนามของสับปะรดช่วยแก้พิษฝีต่าง ๆ ได้

ประโยชน์ของสับปะรด

  1. ช่วยบำรุงผิวพรรณให้เปล่งปลั่งสดใสอยู่เสมอ
  2. ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระในร่างกาย ช่วยชะลอการเกิดริ้วรอยและความแก่ชรา
  3. สับปะรดเป็นผลไม้ที่เมื่อรับประทานแล้วจะรู้สึกสบายท้อง ไม่รู้สึกอึดอัด
  4. ใช้นำมารับประทานเป็นผลไม้ หรือนำมาปรุงเป็นอาหาร เช่น แกงสับปะรด เป็นต้น
  5. นำมาใช้แปรรูปเป็นสับปะรดกระป๋อง ทำเป็นสับปะรดกวนก็ได้
  6. การแปรรูปสับปะรดอื่น ๆ เช่น การทําไวน์สับปะรด แยมสับปะรด เป็นต้น

คุณค่าทางโภชนาการของสับปะรดต่อ 100 กรัม

  • พลังงาน 50 กิโลแคลอรี
  • คาร์โบไฮเดรต 13.12 กรัม
  • น้ำตาล 9.85 กรัม
  • เส้นใย 1.4 กรัม
  • ไขมัน 0.12 กรัม
  • โปรตีน 0.54 กรัม
  • วิตามินบี 1 0.079 มิลลิกรัม 7%
  • วิตามินบี 2 0.032 มิลลิกรัม 3%
  • วิตามินบี 3 0.5 มิลลิกรัม 3%
  • วิตามินบี 5 0.213 มิลลิกรัม 4%
  • วิตามินบี 6 0.112 มิลลิกรัม 9%
  • วิตามินบี 9 18 ไมโครกรัม 5%
  • โคลีน 5.5 มิลลิกรัม 1%
  • วิตามินซี 47.8 มิลลิกรัม 58%
  • ธาตุแคลเซียม 13 มิลลิกรัม 1%
  • ธาตุเหล็ก 0.29 มิลลิกรัม 2%
  • ธาตุแมกนีเซียม 12 มิลลิกรัม 3%
  • ธาตุแมงกานีส 0.927 มิลลิกรัม 44%
  • ธาตุฟอสฟอรัส 8 มิลลิกรัม 1%
  • ธาตุโพแทสเซียม 109 มิลลิกรัม 2%
  • ธาตุโซเดียม 1 มิลลิกรัม 0%
  • ธาตุสังกะสี 0.12 มิลลิกรัม 1%
% ร้อยละของปริมาณแนะนำที่ร่างกายต้องการในแต่ละวันสำหรับผู้ใหญ่ (ข้อมูลจาก : USDA Nutrient database)
การรับประทานสับปะรดแนะนำให้ทานสด ๆ ไม่ผ่านกระบวนการประกอบอาหารหรือผ่านความร้อนเพื่อป้องกันการสูญเสียวิตามิน โดยสับปะรดที่เริ่มนิ่มแล้วและมีน้ำเหนียว ๆ ไหลออกมา แสดงว่าเริ่มเน่าหรือสุกมากจนเกินไป จึงไม่ควรรับประทาน


วิธีการทำสบู่สับปะรด



สูตรที่ใช้ทำสบู่ 


โซดาไฟ 115 กรัม 
น้ำสับปะรด 304 กรัม 
น้ำมันบัว 400 กรัม 
น้ำมันรำข้าว 200 กรัม 
น้ำมันดอกคำฝอย 200 กรัม
น้ำหอมกลิ่นลาเวนเดอร์ 30 กรัม

ขั้นตอนการทำสบู่ 

นำน้ำมันทั้งหมดที่เตรียมไว้เทลงในหม้อตุ๋น แล้วเปิดไฟตุ๋นน้ำมันทิ้งไว้ให้ร้อน (อุณหภูมิประมาณ60-70 องศา หากร้อนเกิน ให้ปิดไฟหม้อตุ๋น) จากนั้นเทกรดไมริสติกลงไปในหม้อตุ๋น กวนๆจนละลายเป็นเนื้อเดียวกับน้ำมัน เตรียมน้ำด่าง โดยจะใช้น้ำสับปะรดแทนน้ำเปล่า(ต้องเอาน้ำสับปะรดไปแช่ช่องฟิตก่อนมาทำ เพื่อรักษาAHAในน้ำสับปะรด) แล้วเทโซดาไฟตามลงไปในโถ กวนๆให้เข้ากัน รอสักพักให้อุณหภูมิเย็นลง เมื่อได้น้ำด่างแล้วก็เทลงในหม้อตุ๋น ให้ใช้กระชอนกรองน้ำด่างตอนเท และกวนๆให้เข้ากัน จากนั้นใช้เครื่องปั่นไฟฟ้าช่วยปั่น ปั่นเรื่อยๆจนถึงขั้น heavy trace หรือสังเกตุเนื้อสบู่ลักษณะจะคล้ายสังขยา แล้วให้ปิดฝาตุ๋นทิ้งไว้สักพัก (ขั้นตอนนี้หากใครไม่มีเครื่องปั่นไฟฟ้า ก็กวนไปเรื่อยนะคะ) ให้เปิดฝาดูว่าเนื้อสบู่สุกเจลรึยัง กวนๆเนื้อสบู่ดู ถ้ายังให้ปิดฝาแล้วตุ๋นอีก5นาที เพื่อมั่นใจว่าเนื้อสบู่สุกเจลแล้ว จากนั้นรออุณหภูมิลดลงแล้วค่อยใส่น้ำหอมลงไป(อุณหภูมิที่ควรใส่น้ำหอมอยู่ที่ 80-85 องศา) แล้วกวนๆให้น้ำหอมและเนื้อสบู่เข้ากัน หลังจากที่กวนเสร็จ สามารถตักใส่โมลไม้ได้เลย และตกแต่งหน้าสบู่ตามใจชอบ พักทิ้งไว้ 1 คืนจึงจะสามารถเอาออกจากโมลไม้มาตัด หรือหั่นตามขนาดที่ต้องการได้ นำสบู่ที่ตัดแล้ว ไปผึ่งหรือวางไว้ในที่ที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก 3-4 สัปดาห์ ห่อบรรจุสบู่ แจกจำหน่าย หรือนำมาใช้ได้เลย

Pineapple




เมื่อพูดถึงสับปะรด หลายคนอาจจะเกิดอาการเปรี้ยวปาก อยากจะจิ้มพริกเกลือจริงๆ โดยเฉพาะสาวๆ ที่กำลังลดหุ่น
ซึ่งนอกจากสับปะรด จะอร่อยแล้ว ยังสามารถช่วยลดน้ำหนัก และที่หลายคนอาจจะยังไม่ทราบก็คือ
สับปะรด ยังสามารถช่วยทำให้ใบหน้าของคุณมีความสะอาดใส สว่างกระจ่างปิ๊งวิ้งเวอร์อีกด้วย เพราะอะไรนะเหรอ?
นั่นก็เพราะ “สับปะรด” มีกรดAHAหรือที่รู้จักกันว่ากรดผลไม้ สับปะรสจึงเป็นผลไม้ที่กำลังเป็นที่นิยมสำหรับสาวๆ ที่ใส่ใจสุขภาพผิวหน้าด้านการบำรุงรักษาผิวพรรณจากธรรมชาติ



สับปะรด คือ จัดเป็นผลไม้เพื่อสุขภาพอีกชนิดหนึ่ง โดยประโยชน์ของสับปะรดนั้นมีอยู่หลากหลาย เพราะอุดมไปด้วยแร่ธาตุและวิตามินต่างๆจำนวนมาก ซึ่งได้แก่ คาร์โบไฮเดรต วิตามินซี วิตามินบี1 วิตามินบี2 วิตามินบี3 วิตามินบี5 วิตามินบี6 กรดโฟลิก ธาตุแคลเซียม ธาตุโพแทสเซียม ธาตุแมกนีเซียม ธาตุแมงกานีส ธาตุฟอสฟอรัส ธาตุเหล็ก ธาตุสังกะสี เป็นต้น ซึ่งเหล่านี้ถือว่ามีประโยชน์ต่อร่างกายและสุขภาพเราเป็นอย่างมากและสรรพคุณสับปะรดทางสมุนไพรนั้นก็ชวยรักษาอาการต่างๆได้อย่างหลากหลายเช่นกัน เช่น โรคบิด โรคนิ่ว ช่วยบรรเทาอาการแผล เป็นหนอง ขับปัสสาวะ 


ข้อดีของสับปะรด

สับปะรด มีสรรพคุณช่วยลดความเสี่ยงการเกิดโรคมะเร็ง และช่วยรักษาโรคอื่นๆ สับปะรดเป็นผลไม้ ที่มากไปด้วยสรรพคุณในการดูแลสุขภาพตามแบบฉบับธรรมชาติบำบัด

สำหรับในเรื่องของการดูแลรักษาผิวพรรณนั้น สับปะรดจะเป็นตัวช่วยขจัดเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพ และ สับปะรด จะช่วยบำรุงผิวพรรณให้ขาวใสเปล่งปลั่ง พร้อมทั้งยังช่วยชะลอการเกิดริ้วรอยบนใบหน้าได้อีกด้วย